النتائج (
العربية) 1:
[نسخ]نسخ!
ج ع-المخدرات (الزيارة) القرآن الكريم بو (مكان الدفن)، وهو الختان (أعمال عندما يحتوي على الجدارة. لا فإنه يأثم). الإسلام يشجع الأعمال سوف تحفز عليها وتحذير صارم ضد لإحياء ذكرى تشي ع-أديداس (العالم) دائماً. هناك عدة مقالات التي ذكرها ديت "ال ها" لترويج، ويراقب هو بو القرآن ينبغي أن يقوم كذلك. وكان هذا مساعدة أقارب المتوفى الذين مشاهدة ลลอฮ รอ่าน أنه نداء قراءة ستة رائعة أكيتا (الإباحية) وذكرى مخصصة لقسم الأعمال الخيرية من القراءة للموتى. من التاريخ، كان هناك تلميذ بوذا، قال أن تلك لكمه Allee مو. الابن والجد الجبال، كذلك اقتصادية، سيج بيكا خاصة الناس الطيبين من مكة المكرمة لكل من نا ومدن أخرى تأتي مع القيام بزيارات إلى بو، الذي غالباً ما يكون القرآن الكريم بمثل الخاص بك توت ه ب عيون، وهو الرجل الأخضر قال "تلاميذه بوذا، ثم كان ابنه لكمه Samuel Allee يحب.ابدأ ميتا، وحدها في 7 أيام بعد الوفاة، "أنه ลลอฮอิบ nat رائعة مو saek Allee لكمه، تقول" الانتظار saek بن درامية أو المرجان للموت عندما التكنولوجيين والثلاثاء 9 أشهر Samuel الأزهر رمضان هيروشيما تشارو 490 في David Thomas أن كنا نراقب القات بو من القرآن الكريم.فترة 7 أيام ونحن قراءة القرآن الكريم รอ่าน تكريس 20 يوميا لنتائج العصير الخاص بك، قم بإنهاء "موجز الأسباب فقط، وكان هذا ما يكفي لأن شهود عيان قد تم رصد بو القرآن مثل السبب وليس هناك إجراء عاطفي نموذجية. نجومنجاي ليس لأن لحمها لقراءة القرآن الكريم قراءة รอ่าน ลลอฮ اللاسلكي والتذكر، سيغما، أريما، ما استخدام الدينية المتوفى، القيام به.เมื่อการเยี่ยมเยียนและการเฝ้า กุโบร์ เป็นสิ่งที่ดี ศาสนาสนับสนุนให้กระทำ ก็ควรที่ท่านทั้งหลายจะได้ปฏิบัติกันให้ดี ๆ สักหน่อย และควรทำกันด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะเท่าที่สังเกตในการปฏิบัติกันแล้ว รู้สึกว่าส่วนใหญ่มักจะทำกันอย่างนอกลู่นอกทาง เช่นนั่งคุยกันในเรื่องไร้สาระ มโนสาเร่ นั่งเผาบุหรี่กันบนกุโบร์ และทิ้งสิ่งสกปรกต่าง ๆ กันใน กุโบร์ รวมทั้งขี้บุหรี่ซึ่งได้สูบกันบน กุโบร์ นั้น หากท่านทั้งหลายยังคงปฏิบัติกันเช่นนั้น โดยมองข้ามสิ่งที่เหมาะสม การอันควรเช่นนี้ เชื่อได้ว่าแทนที่คนตายจะได้รับส่วนกุศล กลับจะกลายเป็นการซ้ำเติมด้วยซ้ำไป และแทนที่คนทำจะได้รับความดีบ้าง ภายภาคหน้าก็จะได้รับโทษจาการกระทำเช่นนั้นอีกด้วยตามหลักศาสนา ได้มีการห้ามมิให้ จุดตะเกียง ตลอดจนการเผากำยานบน กุโบร์ ดังท่านศาสดามูฮัมหมัด ซล. ทรงกล่าวมีความว่า “พระองค์ อัลลอฮฺ ซบ. ทรงสาปแช่ง (ให้พ้นจากความเมตตา) พวกผู้หญิงที่ใจ ไม่หนักแน่นที่ไป ซียาเราะห์ กุโบร์ และพวกที่เอา กุโบร์ เป็นมัสยิดและ จุดตะเกียงบน กุโบร์ ท่าน ยาลาลุดดีนอัสซุยูฎี ได้กล่าวไว้ในคัมภีร์ ไฟฎลกอดีร มีความว่า ไม่อนุญาตให้จุดตะเกียงบน กุโบร์ และท่านยังได้กล่าวต่อไปว่า “อาบูมูซาอัลอัสอารี” ซึ่งเป็นสาวกของท่านศาสดามูฮัมหมัด ซล. คนหนึ่ง ได้ห้ามเผากำยานบน กุโบร์ ทั้งนี้ก็เพราะว่าการนำไฟเข้าใกล้คนตายนั้นทำให้คนตายเดือดร้อนและระคายเคือง พระองค์อัลลอฮฺ ซบ. ทรงกล่าวไว้ในคัมภีร์ อัลกุรอ่าน ว่า “บุคคลใดทำความเดือดร้อนแก่ผู้ศรัทธาธรรม ทั้งชาย หญิง โดยที่ผู้ศรัทธานั้น ๆ มิเคยสร้างความเจ็บแค้นอะไรให้เลย แท้จริงเขาได้ทูลบาปไว้อย่างชัดแจ้ง”เมื่อได้ตีความจาก อัลฮาดิษ และถ้อยคำของท่านอบูมูซาอัลอัสอารี ที่กล่าวมาแล้วนั้นได้ความว่า เมื่อได้เปรียบเทียบกันระหว่างการจุดตะเกียง การเผากำยาน กับการสูบบุหรี่นั้นเป็นไปในลักษณะเดียวกัน เพราะทั้งสามสิ่งต้องใช้ไฟเหมือนกัน ดังนั้นการสูบบุหรี่บน กุโบร์ จึงอยูในข่ายต้องห้ามแน่นอน และหากพิจารณาให้ดีแล้ว การสูบบุหรี่ก็เป็นสิ่งที่น่ารังเกียจมากกว่าด้วยซ้ำไป แต่ในบางกรณีถ้าหากว่าการจุดตะเกียงบน กุโบร์ เพราะมีความจำเป็น เช่น เพื่อทำการขุดหลุมเพื่อเตรียมไว้ฝังศพหรือเพื่อฝัง หรือเพื่อการอ่าน อัลกุรอ่าน ให้กับคนตาย เมื่อเวลานั้นเป็นเวลาค่ำคืน ศาสนาอนุโลมให้กระทำได้ ดังปรากฏใน อัลฮาดิษ ซึ่งรายงานโดย ติรมีซี จากท่านอับดุลลอฮฺอับบาส ว่า “ในค่ำคืนหนึ่งท่านศาสดามูฮัมหมัด ซล. ทรงเข้าไปใน กุโบร์ เพื่อทำการฝังศพ และสาวกคนหนึ่งได้จุดตะเกียงแล้วส่งให้ท่าน ท่านทรงรับตะเกียงนั้นในทิศของกิบลัต แล้วท่านได้กล่าวกับสาวกผู้นั้นว่า “พระองค์อัลลอฮฺ ซบ. ทรงประทานความเมตตาแก่ท่าน” นอกจากนี้ จากหลักของวิชา ฟิกห์ ยังได้กำหนดไว้ว่า “กฎของเป้าหมายคือกฎของสื่อแห่งเป้าหมาย” หมายความว่า การขุดหลุมหรือฝังศพก็ดี หรือการอ่าน อัลกุรอ่าน ก็ดี เป็นสิ่งที่ศาสนาใช้ให้กระทำ แต่จะกระทำในเวลากลางคืนไม่ได้ เพราะความมืดเป็นอุปสรรค ดังนั้นจึงอนุญาตให้จุดตะเกียงเพื่อการดังกล่าวได้
يجري ترجمتها، يرجى الانتظار ..
